Life is all around.

Posts Tagged ‘Thailand


หนังสือกับซีดี…ต้องเอาไปกระจายให้คนแถวนี้ได้อ่านกันทั่วหน้า

สัปดาห์ที่ผ่านมามีคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทั้งจากวิทยาเขตหาดใหญ่และปัตตานีจำนวน 5 ท่่าน เดินทางมาทำ MOU (Memorandum of understanding) กับทาง Ole Miss คณาจารย์ที่มาส่วนใหญ่จะเป็นอาจารย์ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีตำแหน่งการงานสูงๆ ทั้งนั้น เหล่าคณาจารย์มาถึงเมื่อวันพฤหัสที่ 16 และพักอยู่ที่โรงแรมของมหาวิทยาลัยประมาณ 1 สัปดาห์…ในฐานะหนึ่งในตัวแทนนักเรียนไทยใน Ole Miss ขอยินดีต้อนรับอาจารย์ด้วยความจริงใจ 🙂

ได้มีโอกาสทักทายและร่วมรับประทานอาหารกับอาจารย์ผู้ใหญ่ เช่น คณบดีคณะวิทยาการจัดการ (วจก.) กับคณบดีคณะรัฐศาสตร์ และหัวหน้าภาคฯ ต่างๆ ระหว่างนั้นก็พูดคุยกันถึงสถานะการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน รวมถึงเหตุวุ่นวายต่่างๆ ที่เกิดขึ้น แหม…คนไทยหนอ ใยต้องสู้รบกันเองด้วยนะ (เพราะอีตา…คนเดียว)

มื้อแรกนี้เราทานอาหารค่ำตามฉบับบ้านนอกที่ร้าน Taylor Grocery ต้องเรียกอย่างนี้เนื่องจากต้องขับรถออกไปนอกเมือง (Taylor) เพื่อไปทานปลาดุกอันเลื่องชื่อในละแวกนี้ ร้านนี้ปกติลูกค้าจะแน่นมากโดยเฉพาะวันศุกร์ กลุ่มพวกเราเดินทางด้วยรถตู้ ไปด้วยกันทั้งหมด 7 คน และนัดสมาชิกเพิ่มเติมอีก 2 คนซึ่งเค้าจะขับรถไปเองแล้วไปเจอกันที่ร้านเลย ตอนไปถึงร้านก็จะเข้าไปนั่งรอในร้าน เนื่องจากข้างนอกมันเย็น ทางร้านก็ไม่ยอมบอกว่าต้องมาให้ครบ 9 คนก่อนถึงจะอนุญาตให้เข้าร้านได้ สรุปว่าต้องออกมานั่งรอนอกร้าน ลมก็พัดซะเย็นเชียว อีกครั้นของจองโต๊ะ…เค้าไม่รับจอง เออ…แปลกดี แล้วสมาชิกอีก 2 คนก็เดินทางมาถึง แต่เผอิญว่าตอนนั้นยังไม่มีโต๊ะใหญ่ว่าง ก็ต้องรอต่อไปอีก…อะไรเนี้ย จะให้กินกันหรือเปล่า อุตส่าห์มาอุดหนุนนะเนี้ย ช่างเหอะ สุดท้ายก็ได้กินอยู่ดีแหล่ะ เอาเป็นว่าคนส่วนใหญ่ก็สั่ง whole catfish plate แบบทอดนะ มันขึ้นชื่อที่สุดของร้านแล้วหล่ะ ปลา catfish นี่บ้านเราเรียกว่าปลาอะไรไม่รู้มีลักษณะคล้ายๆ กับปลาดุก ขืนแปลตามตัวคงเป็นปลาแมว (555)

ร้านนี้ขายอาหารดีมาก อีกทั้งไม่รับจองโต๊ะผ่านทางโทรศัพท์ (ขนาดไปถึงร้านก็ยังไม่ให้จอง) แต่ร้านค่อนข้างโทรมมาก เพราะเค้าต้องการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพโทรมๆ ให้ได้มากที่สุด อย่างห้องน้ำเนี้ย…ถ้าเห็นคงตะลึงนะเพราะไม่คิดว่าในอเมริกาจะมีห้องน้ำที่ดูแย่ได้ขนาดนี้ รู้งี้กลั้นไว้ไปเข้าที่บ้านดีกว่า (ตัวอย่างไม่ดีนะ…อย่าเอาเป็นตัวอย่าง เดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ)


ภาหนะสู่จุดหมายปลายทาง


บรรยากาศในร้าน


ห้องน้ำสังกะสีกับที่ใส่สบู่ล้างมือ


ขับกล่อมเสียงเพลงด้วยสาวผู้นี้

ก่อนอาจารย์จะกลับก็ได้มีโอกาสเจออาจารย์อีกครั้ง คราวนี้อาจารย์เป็นคนเลี้ยงข้าว (ขอบคุณนะคะ…อาจารย์) ไปทานอาหารกันที่ร้าน Old Venice เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยน เสียดายไม่ได้สั่งพาสต้าอันเลื่องชื่อของร้าน เนื่องจากเพิ่งทานอาหารเที่ยงไปตอนบ่ายแก่ๆ อีกทั้งดื่มกาแฟสักประมาณบ่ายสามได้มั้ง งานนี้กินแค่สลัดง่ายๆ (แค่สั่ง half size ก็เกือบจะทานไม่หมดอยู่แล้ว) ทานอิ่มหมีพีมันก็พาคณาจารย์ไปช้อบปิ้งนิดหน่อยก่อนที่อาจารย์จะเดินทางกลับประเทศไทย อาจารย์แต่ละท่านช่างน่ารักเหลือเกิน..มิหนำซ้ำยังมีของฝากให้ไปแชร์กับเพื่อนๆ อีกด้วย เอาไปให้ใครก็ไม่มีใครเอา พี่ๆ เค้าบอกว่า…น้องเอาเก็บไว้ทานเองเถอะ หรือว่าพี่ๆ เค้าจะสงสารที่ย้ายมาอยู่อพาต์เม้นต์และต้องทำอาหารทานเองอีกทั้งฝีมือการอาหารก็ห่วย อีกครั้นพี่ๆ แต่ละคนก็กลับเมืองไทยบ่อยมากบางคนปีละครั้งเห็นจะได้ ว่าแล้วสมบัติเหล่านี้ก็เป็นของเรา เย้ๆๆๆ (ขอบพระคุณอย่างหาที่เปรียบมิได้ที่อุตส่าห์หอบหิ้วของฝากข้ามน้ำข้ามทะเลกว่าครึ่งโลกมาให้) น้ำพริกทั้ง 10 ซองนี้คงประทังชีพได้นานเป็นปี น้ำพริกซองๆ อย่างนี้กินกับข้าวสวยร้อนๆ นะ อร่อยม๊าก…ขอบอก คนที่อยู่เมืองไทยคงไม่รู้หรอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติล้ำค่ามากแค่ไหน คนที่ทำอาหารไม่เก่งแถมไม่ค่อยได้กลับเมืองไทยอย่างเราเนี้ยถือว่าเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ นะ ว่าแล้วเราจะเปิดถุงไหนกินก่อนดี 😛

Tags: ,


ที่มา http://www.manager.co.th

และแล้วจิม บริคแมน (Jim Brickman) นักเปียโนในดวงใจก็ไปเปิดการแสดงคอนเสริ์ตที่ชื่อว่า A Moment of Grace with Jim Brickman ร่วมกับนักร้อง-นักดนตรีคุณภาพของเมืองไทย อาทิเช่นโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ กับกบ เสาวนิตย์ น่าเสียดายงานนี้ไม่ได้อยู่เมืองไทยไม่งั้นคงต้องไปร่วมแจมอย่างแน่นอน

บริคแมนออกอัลบัมแล้วเกือบ 20 อัลบัมแต่ที่ชอบฟังมากที่สุดก็คงเป็นอัลบัม Greatest Hits ที่ออกเมื่อปี 2004 รองมาก็เป็นอัลบัม Valentine ใครชอบฟังเปียโนนุ่มๆ และมีนักร้องเสียงหวานๆ ประกอบ อย่าลืมหาอัลบัมของจิม บริคแมนมาฟังดูนะ ฟังก่อนนอนแล้วจะหลับอย่างมีความสุขที่สุดเลย


ฟังอัลบัม Greatest Hits เต็มๆ ได้ที่ http://www.imeem.com/artists/jim_brickman/playlist/fAASfLLC/greatest_hits_album (อ้อ…อย่าลืมสมัครเป็นสมาชิก imeem ก่อนนะ ไม่งั้นจะฟังเพลงได้แค่ไม่กี่วินาที)

รายละเอียดเพิ่มแติมเกี่ยวกับงานคอนเสริ์ต http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122669

อ่านชื่อเรื่องอย่าคิดว่าจะเขียนเรื่องทะลึ่งตึงตังอะไรนะ เผอิญว่าได้รับ Forward เมลล์เรื่องนี้จากทอม อ่านแล้วสะเทือนใจมาก ไม่รู้ว่าคนไทยจะทะเลาะอะไรนักหนา (ซึ่งสาเหตุของเรื่องก็มาจากคนแค่คนเดียว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร)


ภาพจาก http://www.prachatai.com

เรื่องบนเตียงของพันธมิตรกับตำรวจ
เสียงไซเรน ณ โรงพยาบาลวชิระ ในคืนวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เป็นสัญญาณบอกถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองฟ้าอมร กรุงเทพมหานคร หมอและพยาบาลในชุดขาว ต่างทำหน้าที่กันอย่างหนักเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บที่ร่างกายล้วนนองเลือด โดยไม่สนใจว่าคนๆนั้นจะใส่ชุดสีกากี หรือ สีเหลือง บุรุษในเสื้อสีเหลือง ร้องโอดโอยจากการมีรอยแผลลึกที่หน้าแข้ง และ ตามตัวหลายแห่ง ขณะที่ตำรวจซึ่งใส่ชุดสีกากีนั้น หมดสติไปแล้วจากการถูกของของแข็งบางอย่างฟาดเข้าตามร่างกาย
หลังจากเข้าทำการรักษาในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน พยาบาลได้เปลี่ยนชุดทั้งคู่เป็นชุดของโรงพยาบาล และ พาเข้าพักฟื้นในห้องเดียวกัน ในห้องมีครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่ายมาเยี่ยมตามคาด แต่ต่า งไม่ได้คุยกันด้วยไม่รู้จักกันมาก่อน มีเพียงม่านบางๆกั้นระหว่างความเป็นส่วนตัวของครอบครัวทั้ง 2

“พ่อเป็นไงบ้าง เจ็บไหม?” เสียงเล็กๆที่บริสุทธิ์ดังมาจากฝั่งหนึ่งของห้อง
“เจ็บนิดหน่อยลูก” เสียงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในชุดของโรงพยาบาล พยายามพูดเพื่อปลอบใจลูกรัก
“หนูไม่อยากให้พ่อออกไปทำงานอีกแล้ว ทำไมเขาถึงต้องตีพ่อด้วย” เสียงเล็กๆยังถามต่อไปด้วยความไม่ประสีประสาเรื่องของผู้ใหญ่
“มันเป็นงานนะลูก ….พ่อเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย หัวหน้าสั่งก็ต้องทำ มันเป็นหน้าที่ มันเป็นกฎ ”

คำสนทนาเหล่านี้ดังเพียงพอที่จะทำให้เพื่อนร่วมห้องของเขาต้องเงี่ยหูฟังด้วยความสนใจ

“ถึงพ่อไม่ชอบพ่อก็ต้องทำเหรอ”
“พ่อไม่อยากจะทะเลาะกับคนไทยด้วยกันเลยลูก บ้านเราก็ไม่ได้ชอบรัฐบาลนี่ ”
“แล้วพ่อจะออกไป ให้เขาทำร้ายแบบนี้ทำไม” เสียงเล็กๆเริ่มสั่นเครือ เพราะไม่เข้าใจเหตุผลที่พ่อของเธอพยายามจะอธิบาย

บรรยากาศในห้องเริ่มผู้ป่วยเริ่ม เ งียบงัน มีเพียงเสียงโทรทัศน์ที่บรรดานักวิจารณ์ ต่างพร่ำบอกกับสังคมว่า ตำรวจรังแกประชาชน ประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิต ตรงกันข้ามกับภาพที่เด็กน้อยเห็นเบื้องหน้า เธอกับพ่อของเธอต่างหากที่ถูกทำร้าย

เสียงเล็กๆในห้อง กำลังร่ำไห้บอกกับโทรทัศน์ บอกกับคนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นว่า แล้วพ่อหนูล่ะ ….พ่อหนูอยู่ที่นี่ นอนอยู่ตรงนี้ บอกหน่อยได้มั้ยว่า แล้วพ่อหนู ไม่ใช่คนไทยหรือไง ใครทำพ่อของหนู???

ทันใดนั้นม่านบางๆซึ่งกั้นระหว่างเตียงของ บุรุษผู้รักชาติและผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ได้ถูกเปิดขึ้น

“คุณตำรวจ….ผมขอโทษ” คำพูดสั้นๆคำแรกที่บรรยายความรู้สึกนับพัน หลุดออกมาจากความรู้สึกของชายมีอายุผู้รักชาติคนนั้น

นายตำรวจในชุดผู้ป่วย แปลกใจกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งจะได้ยิน ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา กับการต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มพันธมิตรทุกวี่วัน เขาเคยชินซะแล้วกับคำพูดถากถางต่างๆ จากฝ่ายที่ได้ชื่อว่าเป็นฝ ่ ายตรงข้าม หรือ เป็นฝ่ายรักชาติอะไรก็ตามแต่

“คุณลุงเป็นใครคะ ?” เสียงใสๆถามด้วยความสงสัย

“ลุงก็อยู่กลุ่มเดียวกับคนที่ทำให้พ่อหนู เข้าโรงบาลนั่นแหละ” เสียงชายสูงอายุพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“แล้วเพื่อนคุณลุงทำร้ายพ่อหนู ทำไม?” เสียงเล็กๆเริ่มถามอย่างคาดคั้น
“บางครั้งหนูก็ไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่กับความถูกต้อง วันหน้าหนูจะได้อยู่ในสังคมที่ดีนะหนูนะ”

“แล้วลุงไม่คิดเหรอคะว่า ถ้าพ่อหนูตาย …ลุงได้สังคมทีดี แล้วหนูต้องเป็นเด็กกำพร้า…..หนูทำผิดอะไร ?” เด็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากให้น้ำตา แทนคำพูดที่เหลือทุกๆอย่าง

“บางครั้งเมื่อลุงอยู่กับเพื่อน ลุงอยู่กับคนคิดเหมือนกัน …ลุงเห็นคนข้างหน้าคือศัตรู ที่ต้องจัดการ ลุงเห็นคนใส่เสื้อไม่เหมือนลุงคิดไม่เหมือนลุง เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น…..พอวันนี้เราใส่เสื้อเหมือนกัน …..ได้ฟังหนูกับพ่อคุยกัน ลุงว่า….ลุงเหมือนพึ่งจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา ลุงต้องขอโทษหนูจริงๆ…” เสียงกับแววตาของชายสูงอายุ มีท่าทีสำนึกต่อเสียงเล็กๆนั้น

“ผมก็ต้องขอโทษด้วยเหมือนกัน ถ้าทำอะไรให้ประชาชนอย่างคุณโกรธ หรือ เข้าใจผิด…หลายวันที่ผ่านมานี้ ผมโดนเสียดสีและยั่วโมโหจากผู้คนและสังคมมากมาย เหมือนผมไม่ใช่คน เหมือนเป็นสัตว์ร้ายอะไรสักอย่าง ผมเสียใจจริงๆ ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายใคร ผมก็มีลูกเมีย ผมอยากกลับบ้าน อยากพาลูกเมียไปเที่ยว ผมก็ไม่ได้ทำ ผมต้องออกมาทำงานทุกวันในรอบ 1 เดือนมานี้ ผมคิดถึงลูกเมียผมมาก ภาวนาว่าขอให้เรื่องนี้มันจบๆเสียทีจะได้กลับไปเห็นหน้าลูกเมีย พึ่งจะเห็นหน้าลูกครั้งแรกก็ตอนที่ลูกต้องมาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล….แต่ถ้าคุณเข้าใจผม ผมคิดว่านาทีนี้ ตรงนี้มันคุ้มค่ามาก ” เสียงคุณตำรวจ พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี

วันนั้นภายในพื้นที่เล็กๆของห้องพักฟื้นสี่เหลี่ยม หัวใจของชาย 2 คนทำให้ห้องนี้ดูกว้างขวางขึ้น อย่างน้อยก็ดูกว้างกว่าที่ทำเนียบ หรือ รัฐสภา กรอบที่พันธนาการคนทั้งคู่ไว้ด้วยหัวโขนที่แต่ละคนใส่อยู่ด้วยความโกรธและเกลียด ถูกทำลายลงหลังจากที่ได้มีการพูดคุย และตระหนักต่อความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ด้วยกัน .. ใช่แล้ว!!!เรายังคุยกันด้วยภาษาไทย และมีพ่อคนเดียวกัน ทำไมเราถึงคุยกันไม่ได้ ทำไมปากของเรา ความเห็นของเราถึงถูกใช้เพื่อนำพาไปสู่ความขัดแย้ง แทนที่จะเป็นความสามัคคี น้ำตาหยดนี้จะไม่มีวันไหลเลย ถ้าเราหยุดคิดสักนิดเพื่อพูดจากัน เปิดใจรับความเห็นต่างกันบ้าง?

วันนี้ได้รับข้อมูลจากพี่คนไทยด้วยกันว่ามีบริการโทรฟรีจากอเมริกากลับประเทศไทย แต่ตามเงื่อนไขคือต้องโทรเข้าเบอร์บ้านเท่านั้น(ไม่แน่ใจว่าเบอร์มือถือฟรีหรือเปล่า..??)และต้องโทรไม่เกิน 300 นาทีต่อสัปดาห์ หากใครสนใจบริการนี้ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.voipdiscount.com

ว่าแล้วก็ลองหารายละเอียดเว็บไซต์ที่ให้บริการ Voip ที่พอจะหาได้ คาดว่าจะลองใช้บริการของเว็บไซต์ต่างๆ แล้วเปรียบเทียบว่าคุณภาพเสียงจะเป็นอย่างไร

http://www.voipdiscount.com
http://www.justvoip.com
http://www.nonoh.net
https://www.gizmocall.com
http://www.voipcheap.com
http://www.truphone.com
http://www.jajah.com
http://www.poketalk.com

ใครมีเพิ่มเติมหรือต้องการเสนอแนะอะไรเชิญได้เลยนะ

ช่วงนี้งานเยอะเหลือเกินเลยไม่ค่อยมีเวลามาอัพบล็อค อ่านเหตุการณ์บ้านเมืองของไทยช่วงนี้ค่อนข้างเครียดมาก ตำรวจให้กำลังทำร้ายประชาชน แย่มากๆๆๆ เหตุการณ์ครั้งนี้มีคนเสียชีวิตด้วย อะไรจะรุนแรงปานนี้นะ


รูปจาก: http://www.manager.co.th

ยิ่งเห็นคลิ๊ปเหตุการณ์นี้ยิ่งรู้สึกแย่ใหญ่ ไม่ไหว…เมื่อไหร่เหตุการณ์วุ่นวายจะยุติลงซักทีนะ


ภาพตำรวจเล็งปืนเตรียมยิงใส่พันธมิตรฯ ที่ ถ.ราชวิถี

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและดูวีดีโอ ที่ รวมวิดีโอคลิป “รัฐตำรวจ” เถื่อน! เข่นฆ่าประชาชน จากเว็บไซด์ผู้จัดการ