Life is all around.

Archive for the ‘กิจกรรมวันว่าง’ Category

เมื่อวานไป Memphis กับ Chung Yong, Aik Min และก็ Noriko มา โอ้ววว…เล่นแบตฯ มันไปหน่อย รวมๆ แล้วน่าจะเล่นเกิน 10 เกมเห็นจะได้ เพราะตั้งแต่ขับรถไปถึงตอนบ่ายโมงก็ไม่ได้พักแบบเต็มๆ จนกระทั่ง 5 โมงครึ่งเลย เช้านี้ตื่นมาก็เลยเมื่อยไปทั้งตัว ยกกระทะตอนทำกับข้าวเกือบจะไม่ไหวแหน่ะ….แก่แล้วไม่ค่อยเจียมสังขารก็แบบนี้แหล่ะ

แต่งานนี้ไม่รู้ Noriko จะระบมมากกว่าหรือเปล่า เพราะเธอเล่นเยอะมากแถมอยู่หลังซะเป็นส่วนใหญ่ แต่คงไม่เป็นไรมั้งสำหรับเด็กอายุ 19 แล้วก็ยังเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยของประเทศญี่ปุ่น แถมเล่นแบตมินตันมาตั้งแต่เด็ก คุยกับ Noriko เยอะมากประมาณว่าเม้าท์กันตลอดการเดินทางไปกลับก็อย่างน้อยเกือบ 4 ชั่วโมง ในใจก็อยากฝึกภาษาอังกฤษให้ Noriko ด้วย เพราะเค้ามาเรียนภาษาอังกฤษที่นี่แค่ 4 เดือน Noriko ก็เหมือนเด็กญี่ปุ่นทั่วไปที่จะค่อยข้างอายติ๊ดนึงแต่หลังจากคุยเป็นกันเองซักพักความอายทั้งหลายก็หายไป…ทีนี้ก็ใช้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษามือ ผสมกับดิกชั่นนารีญี่ปุ่น-อังกฤษเข้าช่วย คุยสนุกสนานกันไปตามๆ กัน

Noriko Toyotani นามสกุลอันนี้จำง่ายมากแบบว่าพูดครั้งเดียวจำได้เลยเพราะเหมือนกับรถโตโยต้า Noriko เรียนมหาวิทยาลัยอยู่ปี 2 ที่ญี่ปุ่นแต่พักเบรคมาเรียนภาษาอังกฤษที่นี่แล้วกลับไปเรียนหนังสือต่อที่ญี่ปุ่นตอนเดือนเมษายน เสียดายมากที่ Noriko ต้องกลับไป เพราะอยากให้เค้าอยู่ที่นี่นานๆ เพราะจะได้เล่นแบตฯ ด้วยกัน เพราะทั้ง Ole Miss ไม่ค่อยมีผู้หญิงที่เล่นเก่งๆ แบบ Noriko เลย ครั้นเล่นกับผู้ชายก็ไม่สนุก..มันคนละสไลต์กันหน่ะ เพราะผู้ชายบางคนที่ชอบเล่นเพื่ออยากเอาชนะ ก็แค่ตีลูกหลังคอร์ดประมาณ 4-5 ครั้ง แล้วก็รอตบหน้าคอร์ดได้เลย เพราะร้อยทั้งร้อยผู้หญิงคงหนีไม่พ้นที่จะต้องหยอดหน้าเน็ต สรุปว่า…แค่นี้ผู้หญิงก็จอดแล้วหล่ะ เพราะผู้หญิงที่ไหนจะตีแบบหลังถึงหลังจริงๆ ได้กว่า 4-5 ครั้งบ้าง คงเป็นไปไม่ได้ (อันนี้ไม่นับนักกีฬาระดับมืออาชีพนะ) เพื่อนๆ ก็แนะนำว่าต้องไปเล่นเวท..จะได้สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง โถ..ก็อยากเล่นแบบสนุกสนาน โหดหน่อยก็ดี…แต่ไม่อยากกล้ามแขนใหญ่เหมือนคนโด๊ปสเตียรอยด์นะ

เวลาเล่นแบตฯ ส่วนใหญ่จะเลือกเล่นกับคนเก่งหน่อย (น้าน…เล่นไม่เก่งแล้วยังเรื่องมากอีก) แล้วจะขอเค้าเล่นตอนที่เค้าจะวอร์มอัพ คนพวกนี้เค้าก็ดีนะ..บางคนยังมาขอให้เราวอร์มอัพให้เค้าหน่อย เพราะเค้ารู้ว่าเรายังต้องฝึกการเล่นเดี่ยวอีกเยอะ แล้วเวลาเล่นเค้าจะเน้นการเล่นทิศทางเน้นการวางลูกกับทักษะในการประเมินและวัดใจคู่ต่อสู้มากกว่าใช้กำลังกดขี่ข่มเหงแบบตีโหดๆ และไร้น้ำใจแบบผู้ชายบางประเภท…พูดซะหวาดเสียว 555

ที่ไม่ค่อยพูดเรื่องผู้หญิงเพราะว่าไม่มีผู้หญิงที่เล่นเดี่ยวเลย นักกีฬาที่มีอยู่เค้าก็ทักษะดีนะโดยเฉพาะเรื่องการเล่นหน้าเน็ต และส่วนใหญ่เค้าเล่นคู่ผสมหรือหญิงคู่กัน เราซิแย่มากเวลาเล่นคู่ผสมอยู่หน้าเน็ตทีไร ตื่นเต้นทุกที ตีลูกไม่ค่อยถูก บางครั้งแย่งลูกจากคู่พาร์ตเนอร์ตัวเองอีกต่างหาก ไม่ชอบเลย Mixed double เนี้ย เหมือนแค่เป็นตัวประกอบฉากอะไรทำนองนั้น (อยากเป็นนางเอกในเกมหนะ) รอลูกลอยมาหน้าเน็ตแล้วก็หยอดๆ ปาดๆ ตบๆ ไม่ได้ออกแรง หรือไม่ก็ยืน side-by-side เป็นเป้านิ่งให้อีกฝ่ายตบใส่ตอนเป็นฝ่ายรับ อีฉ้าน…เกลียดที่สู้ดดด ((ชอบคิดในใจแบบว่านินทาพาร์ตเนอร์ตัวเองนะ…หนอย….บ้าจริง นายจะตี high clear ทำไมนะ…อยากให้ฉันโดนตบหรือไง ไม่รู้เหรอไม่มีใครเค้าตบใส่นายหรอก ร้อยทั้งร้อยก็ตบมาทางผู้หญิงที่กำลังถอยมาตั้งรับทั้งนั้นแหล่ะ เซ็งงงๆๆๆ))

และแล้วก็เหลือเวลาเล่นกับ Noriko อีกไม่เกิน 5 ครั้งเอง เพราะอีกไม่ถึงเดือน Noriko ก็จะกลับญี่ปุ่นแล้ว…เสียดายจัง

Tags:

เพิ่งจะมีโอกาสได้ดู Kung fu Panda จริงๆ อยากดูตั้งแต่วันที่เข้าที่โรงหนังแล้วหล่ะ แต่อยู่ที่นี่ไม่ค่อยมีก๊วนดูหนังเท่าไหร่เลยต้องรอดีวีดีอย่างเดียว จะว่าไปก็สนุกนะ แต่ความรู้สึกไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนที่รอคอย อาจจะเป็นเพราะดูไม่ต่อเนื่อง (ดูครึ่งเรื่องแล้วไปตีแบตฯ แล้วกลับมาดูต่อจนจบ) อีกอย่างดูกับจอคอมฯ มันก็เลยไม่ซะใจ จอไม่ใหญ่เอ้ก…ไม่มีเสียงเซอร์ราวด์กระหึ่มรอบทิศ

แต่ระหว่างที่ดูก็ประทับใจก็ประโยคๆ หนึ่ง ตอนแรกก็ฟังโอเคนะแต่ไม่แน่ใจว่าจะเขียนถูกต้องตามที่เค้าพูดหรือเปล่า เพราะพวก a, an, the และก็ tense บางครั้งเวลาพูดเสียงมันครวบ (เขียนถูกเปล่าเนี้ย) หายไปในคอ ปกติดูหนังไม่ค่อยชอบเปิด subtitle เพราะมันเกะกะสายตา ฟังไม่ทันก็ฟังใหม่เอา ดูไม่เข้าใจก็ดูอีกรอบ เป็นการฝึก listening ไปในตัวด้วย (แต่ตอนนี้ vocab เริ่มห่วยแทน ศัพท์บางตัวรู้ว่าอ่านและใช้ยังไงแต่เขียนไม่ถูก 555) แต่ถึงมี subtitle ก็ไม่ค่อยอ่านหรอกเพราะอ่านไม่ทัน สรุปประโยคที่ว่าเมื่อกี้นี่มันอะไรกันแน่นะ เลยต้องฟังใหม่ และแล้วก็ได้มาแล้วดังนี้

“Yesterday is history,
Tomorrow is a mystery,
But today is a gift.
That’s why it is called the present.”

ฟังครั้งแรกก็เฉยๆ นะ เพราะเคยได้ยินแว่วๆ จากที่ไหนมาก่อน พอฟังหลายๆ รอบแล้วคิดตามมันก็ดีนะ…ถูกต้องสุดๆ วันนี้คือของขวัญ..จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด (อันหลังนี่เติมเอาเอง) ใครหนาช่างแต่ง..เพราะดีว่ามั้ย

เสาร์นี้อยู่บ้านพี่ตุ๊กตาอีกแล้ว ไม่ได้หิ้วโน้ตบุคมาด้วย เลยไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เอาเป็นดูหนังเรื่องโปรดดีกว่า Tom Hanks เป็นหนึ่งในดาราที่ชื่นชอบ ไม่ใช่ว่าเค้าจะหน้าตาดีอะไรนะ แต่ว่าเป็นคนที่เล่นหนังเก่งมากเลยหน่ะ ไม่ว่าจะเป็นหนังรัก คิกขุอย่างบท Joe Fox ใน You’ve got mail หรือบทบาทการตีปิงปองในเรื่อง Forrest Gump บททหารยอดนักสู้เรื่อง Saving Private Ryan ก็ดีนะ ยิ่งดูเรื่อง Cast Away ก็นึกถึง Mr. Wilson เพื่อนคนเดียวที่มีอยู่ทั้งเกาะ แต่ที่ชอบมากที่สุดตอนนี้คือบท Navorski ในเรื่อง The Terminal

เรื่องนี้ออกมาเมื่อประมาณปี 2004 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ได้เข้ามาอเมริกาเป็นครั้งแรก ทุกซีนที่เห็นที่สนามบิน JFK ก็เป็นสิ่งที่นักเดินทางทุกคนต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นการที่ต้องเร่งรีบไปที่ immigration เพื่อเช็คพาสปอร์ตกับวีซ่าเข้าประเทศ เพราะไม่งั้นแล้วต้องต่อคิวยาวเป็นห่างว่าว หรือการกรอกแบบฟอร์มสีเขียว และยังมีอะไรต่อมิอะไรที่ทำให้เราได้เรียนรู้จากในหนังเรื่องนี้ เช่นการที่เอา Cart ไปเก็บแล้วได้เหรียญควอร์เตอร์ ซึ่งทุกอย่างนี้เป็นสิ่งที่คนที่จะบินมาอเมริกาเป็นครั้งแรกควรศึกษาเอาไว้

Tom Hanks พูดภาษาอังกฤษสไตล์รัสเซีย เค้าทำได้ยังไง…อยากรู้จัง แบบว่าสำเนียงเนี้ยใช่เลย ตอนแรกๆ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าคล้ายยังไง หลังจากที่มีเพื่อนเป็นคนรัสเซียกับยูเครน บอกได้เลยว่า Navorski มาจาก Eastern Europe จริงๆ

หนังเรื่องนี้มีตอนที่ชอบอยู่หลายตอนมากเช่น ตอนที่ Meal voucher ปลิวไปแล้วต้องเก็บเอาในถังขยะ ลุง Gupta คนทำความสะอาดบอกว่าจะมารื้อขยะไม่ได้ มี appointment หรือเปล่า แล้วก็นัดกันวัน Tuesday พอถึงวันนัดลุงก็บอกเค้าไม่ชอบ Tuesday แล้วเดินหนีไปซะงั้น อ้อ..มีอยู่ตอนนึงหลังจากที่เพจเจอร์ดัง Navorski ก็วิ่งไฟแลปไปหา Dixon หัวหน้า Immigration office ซึ่ง Dixon บอกกับ Novorski ว่า แค่ Novorski ตอบคำถามเพียงคำถามเดียวก็สามารถเข้าไป NYC ได้ Dixon พยายามอธิบายสาระพัด และดูเหมือนว่า Navorski จะไม่ได้เข้าใจกฏหมายที่ Dixon พยายามจะอธิบาย Dixon ต้องการให้ Novorski ตอบว่ากลัวที่จะต้องกลับประเทศของตน แต่สุดท้าย Navorski งง…ทำไมต้องกลัวด้วย ไม่เห็นกลัวเลย เห็นหน้าซื่อๆ ของ Navorski แล้วขำจริงๆ นะ ไม่รู้จะว่ายังไงนะ…แต่ดูกี่ทีก็สนุกทุกครั้ง แนะนำเลยว่าซื้อหนังเรื่องนี้ติดบ้านไว้เลย เอาไว้ดูคลายเครียด

วันอาทิตย์อยู่บ้านอ่านหนังสือ ทำงานไปเรื่อยๆ เนื่องจากขี้เกียจปั่นจักรยานไปโรงเรียน เหลือบไปเห็นกล้วยหอมสุกงอมที่ซื้อไว้เมื่อวันจันทร์ จริงๆ ครั้นจะกินกล้วยหอมงอมๆ เปล่าๆ ก็โอเคนะไม่อ้วนด้วย แต่ด้วยความอยากทำอะไรให้มันดูยากขึ้นหน่อยและฝึกปรือฝีมือการทำอาหาร เลยคิดว่าจะทำอะไรกับมันดี…สรุปสุดท้ายจบลงที่เค้กกล้วยหอมเพราะทำง่าย ไม่ต้องมีเครื่องปั่นก็ทำได้ ว่าแล้วก็ต่ออินเตอร์เน๊ตในฉับพลัน..หาสูตรเค้กกล้วยหอม ได้สูตรใครสักคนจำไม่ได้แล้วจาก bloggang ของเว๊บพันธ์ทิพย์ เป็นเค้กกล้อยหอมแบบเนย

หน้าตาเค้กที่ออกมาดูดีมีราศรีสุดๆ ไม่คาดคิดว่าคนไม่เคยทำขนมมาก่อนในชีวิตจะทำได้ดีเยี่ยงนี้ 555 ไม่ค่อยจะถือหางเลยนะเนี้ย

ตอนเอาออกมาจากเตาอบหน่ะ หอมสุดๆๆๆ ปลื้มๆๆๆ
แต่…
แต่…
แต่…
หลังจากชิมเท่านั้นแหล่ะ…ทำไมมันเค็มจัง ใส่ทุกอย่างตามสูตรแล้วนี่หน่า หรือว่าเนยเราจะเค็มกว่าเนยที่เค้าใช้ในสูตร (ตอนทำก็รู้สึกทะแม่งๆๆ แล้วว่านะทำไมต้องใส่เกลือตั้ง 1/4 ช้อนชา) อี้ๆๆๆ ไม่ไหว คราวหน้าทำต้องปรับสูตรใหม่แล้วหล่ะ ตอนแรกตั้งใจว่าทำเสร็จจะให้รูมเมทชิม (ปล. ส่วนใหญ่ถ้ามีอะไรก็แบ่งให้เค้าชิมทุกครั้งเพื่อกระจายความอ้วน 555) แต่คราวนี้ไม่ดีกว่า…กลัวว่าถ้าเค้าชิมคราวนี้แล้วคราวต่อไปไม่มีใครกล้าชิมอีก หุๆๆๆ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…อย่าเชื่อตำรา 100 เปอร์เซ็นต์ โปรดใช้วิจารณญาณในการทำด้วย สรุปว่ากินกล้วยอย่างเดียวอร่อยกว่าเยอะเลยแหล่ะ

เค้กสูตรนี้ก็ค่อนข้างนิ่มนิดนึงตัดเป็นชิ้นยากแถมไม่มีมีดตักเค้กด้วย สงสัยคราวหน้าทำใส่คัพเล็กๆ ดีกว่า…ทำเอง กินเอง ก็อ้วนเอง แต่ทำไงได้คนเค้าอยากลองทำหนิ

Tags: ,

เสาร์นี้ไปบ้านพี่ตุ๊กตา เห็นกอตระไคร้หน้าบ้านสวยๆ เลยเกิดความคิดว่าจะทำอะไรกับตระไคร้กอนี้ดี อากาศตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้วอีกไม่นานตระไคร้ทั้งกอก็คงตายเนื่องจากความหนาว จะว่าไปตระไคร้กอนี้มันอยู่ตรงนี้มา 3 ปีแล้วนะ ปกติตอนช่วงหน้าหนาวก็จะขุดรากคือขุดตระไคร้ทั้งกอออกเลยเพราะยังไงมันก็ตายอยู่แล้ว หลังจากนั้นค่อยปลูกใหม่เอา แต่เมื่อปีที่แล้วอารมณ์ว่าขี้เกียจขุดเพราะคันใบตระไคร้เลยปล่อยให้ตายไปเอง พอหน้าร้อนปีถัดมาตระไคร้ก็ขึ้นมาเองโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ดีเหมือนกันแหง่ะ

เอาหล่ะ…เนื่องจากอากาศหนาว ต้องทำอะไรอุ่นดื่มสักหน่อย งานนี้คงหนีไม่พ้นน้ำตระไคร้หอมๆ สักถ้วย ถ้ามีคุ๊กกี้สักชิ้นสองชิ้นกินด้วยก็คงดีนะ

เก็บเอามาฝาก

ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับจากการดื่มน้ำตระไคร้
คุณ ค่าทางอาหาร : มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม และฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหาร
คุณค่า ทางยา : แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ดี ช่วยลดพิษของสารแปลกปลอมในร่างกาย รวมทั้งช่วยลดความดันโลหิตสูง
ที่มา : http://www.sanook.com

ได้มีโอกาสเล่นเกมไพ่ uno กับรูมเมทเมื่อวันศุกร์ที่แล้วเนื่องจากไม่ได้ไปตีแบตมินตัน ตอนกลับมาจากทานข้าวเย็นข้างนอกคูมิโกะกำลังทำอาหารอยู่ รู้สึกว่าจะเป็น Okonomiyaki นะ ส่วนเม่ยก็อยู่ว่างๆ ไม่รู้จะำทำอะไร เรา 3 คนก็เม้าท์กันตามประสาสาวๆ อยู่พักใหญ่ เผอิญตอนนั้นเอากระดาษมาใบหนึ่งที่มีตัวอักษรไทยออกมา คาดว่าเม่ยคงไม่รู้ว่าอักษรไทยเป็นยังไง เธอตะลึงอยู่สักพักใหญ่ได้มั้ง ก็เลยสอนให้เม่ยเขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาไทย…ลายมือเม่ยสวยนะ ขอบอก

และแล้วคูมิโกะก็ทำอาหารเสร็จ หลังจากคูมิโกะทานเสร็จ เรา 3 คนก็เลยเล่นเกมไพ่ uno กัน คำว่า uno เป็นภาษาสแปนนิชแปลว่าหนึ่ง ไพ่ uno หนึ่งสำรับมี 108 ใบ โดยจะมีอยู่ 4 สีคือน้ำเงิน แดง เขียว เหลือง โดยจะไล่จากเลข 0 ถึง 9 และจะมีไพ่พิเศษเช่น “skip” (ข้ามคนเล่นคนถัดไป), “draw two” (คนเล่นคนถัดไปจะต้องหยิบไพ่จากกอง 2 ใบและหมดสิทธิ์เล่นในคราวนั้น) “reverse” (สลับการเล่นทวนเข็ม-ตามเข็ม) “wild” (คนเล่นมีสิทธิ์เลือกสีที่ต้องการได้) และ “wild draw four” (คนเล่นมีสิทธิ์เลือกสีที่ต้องการได้และผู้เล่นคนถัดไปจะต้องหยิบไพ่จากกอง 4 ใบอีกทั้งหมดสิทธิ์เล่นในคราวนั้น ผู้เล่นสามารถใช้ไพ่นี้ได้เฉพาะในกรณีที่ตนไม่มีไพ่สีเดียวกับไพ่ที่กำลังเล่นอยู่)

เวลาเล่นจะแจกไพ่คนละ 7 ใบและจะมีการเปิดไพ่หนึ่งใบเพื่อเริ่มเล่นเกม คนเล่นจะต้องพยายามทิ้งไพ่ในมือให้ได้เยอะและเร็วที่สุด ถ้าถึงคราวที่ต้องเล่นจะต้องทิ้งไพ่ที่มีสีเดียวกันหรือไม่ก็อาจจะทิ้งไพ่ที่มีตัวเลขเดียวกันกับคนที่ทิ้งไพ่คนสุดท้ายหรืออาจจะทิ้งพวกไพ่พิเศษที่กล่าวข้างต้น หากไม่มีไพ่ที่สามารถทิ้งได้ก็ต้องจั่วไพ่ในกองมา 1 ใบโดยจะเลือกทิ้ง(หากสามารถเล่นได้) หรือเลือกที่จะเก็บไว้ก็ได้ หากมีไพ่ในมือเหลือ 1 ใบก็ต้องกล่าวคำว่า uno หลังจากนั้นถ้าสามารถทิ้งไพ่ใบสุดท้ายได้ก็เป็นอันจบ..ชนะไปเลย

วิธีการเล่นอย่างละเอียดดูได้จาก http://en.wikipedia.org/wiki/Uno_card_game

ปล. รูป Okonomiyaki หน้าตาประมาณนี้แหล่ะ แต่คูมิโกะเอาซอสดำๆ มาจากญี่ปุ่นรู้แต่ว่ามันคือ Okonomiyaki sauce แต่ไม่รู้ว่ามันประกอบด้วยอะไร โดยจะผสมกับ Mayo นิดหน่อย…น่ากินนะ เดี๋ยววันหลังจะลองหัดทำดู

Tags:

ทำสบู่อีกแล้ว…แบบว่าซื้อน้ำหอมมา 4 กลิ่นเมื่อเดือนที่แล้วเลยต้องลองทำสบู่ให้ครบทุกกลิ่นเลย แบชนี้ทำสบู่ขมิ้นใส่กลิ่น Black Orchid & White Lily ขอบอกว่าน้ำหอมหวานมากๆ สบู่แบชนี้ตั้งใจว่าทำให้ตัวเองกับพี่ๆ แถวนี้ กะว่าคงจะใช้ได้ประมาณเดือนธันวาคมพอดี ให้พี่ๆ เค้าช่วงคริสต์มาสคงดีไม่น้อย

หลังจากที่สบู่แบชแรกประสบความสำเร็จพอประมาณ งานนี้เลยทำสบู่ที่คุณภาพดีกว่าเดิมหน่อยนึง โดยใส่น้ำมันมะพร้าว (35%) น้ำมันปาล์ม (35%) น้ำมันมะกอก (30%) superfat (8%)

จริงๆ แล้วทำเมื่อวันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม แต่ว่าสบู่มันนิ่มกว่าจะเอาออกจากโมลกระดาษก็ประมาณ 2 วัน หลังจากเอาออกมาก็ยังตัดเป็นก้อนไม่ได้ ต้องทิ้งไว้อีก 2-3 วัน ใช้น้ำมันประมาณ 600 กรัม ตัดสบู่ออกมาเป็น 8 ก้อน ตัดเป็นก้อนเสร็จก็เอาสบู่ไปวางไว้ที่หน้าต่า่งห้องนอนทำให้ห้องหอมสุดๆๆ เมื่อไหร่จะมีโอกาสได้ใช้นะเนี้ย

Tags: