Life is all around.

Archive for October 2008

ได้ติดตามเรื่องของหนุ่มอินโดนิเซียชื่อเดเด (Dede) วัย 32 ปีจาก My Shocking Story: Half Man Half Tree ที่นำเสนอโดยช่อง Discovery Channel

ที่แขนขาของเดเดมีสิ่งผิดปกติงอกออกมาเหมือนกับรากของต้นไม้ และตามผิวหนังส่วนอื่นๆ ก็มีตุ่มแปลกๆ เต็มไปหมด คนแถวนั้นเรียกเขาว่า “Tree Man” ก่อนหน้านี้เดเดเป็นชาวประมงแต่หลังจากที่เขาเป็นโรคประหลาดไม่สามารถทำงานได้ กระนั้นเขายังต้องหาเงินใหม่เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวและรักษาโรคประหลาด ขณะนี้เดเดทำงานอยู่ในคณะโชว์ร่วมกับเพื่อนๆ อีกหลายคนที่มีโรคผิดปกติทางผิวหนัง บางคนเป็นตุ่มเต็มตัว บางคนมีจมูกงอกออกมาคล้ายกับช้าง และอีกหลายๆ แบบ (เห็นแล้วน่ากลัวมาก)

Dr. Anthony Gaspari หนึ่งในนักวิจัยด้านโรคผิวหนังจาก University of Maryland พยายามที่จะรักษาเดเดให้มีร่างกายคล้ายกับคนปกติมากที่สุดและสามารถดำรงชีพได้เหมือนคนทั่วไป เรื่องราวของเดเดยังไม่จบ…โปรดติดตามความพยายามของคุณหมอได้ที่ Discovery Channel

จะว่าไปไม่รู้ว่า ‘Bootstrap’ Bill Turner ในเรื่อง Pirates of the Caribbean จะเลียนแบบเดเดหรือเปล่านี่

Advertisements


ที่มา http://www.manager.co.th

และแล้วจิม บริคแมน (Jim Brickman) นักเปียโนในดวงใจก็ไปเปิดการแสดงคอนเสริ์ตที่ชื่อว่า A Moment of Grace with Jim Brickman ร่วมกับนักร้อง-นักดนตรีคุณภาพของเมืองไทย อาทิเช่นโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ กับกบ เสาวนิตย์ น่าเสียดายงานนี้ไม่ได้อยู่เมืองไทยไม่งั้นคงต้องไปร่วมแจมอย่างแน่นอน

บริคแมนออกอัลบัมแล้วเกือบ 20 อัลบัมแต่ที่ชอบฟังมากที่สุดก็คงเป็นอัลบัม Greatest Hits ที่ออกเมื่อปี 2004 รองมาก็เป็นอัลบัม Valentine ใครชอบฟังเปียโนนุ่มๆ และมีนักร้องเสียงหวานๆ ประกอบ อย่าลืมหาอัลบัมของจิม บริคแมนมาฟังดูนะ ฟังก่อนนอนแล้วจะหลับอย่างมีความสุขที่สุดเลย


ฟังอัลบัม Greatest Hits เต็มๆ ได้ที่ http://www.imeem.com/artists/jim_brickman/playlist/fAASfLLC/greatest_hits_album (อ้อ…อย่าลืมสมัครเป็นสมาชิก imeem ก่อนนะ ไม่งั้นจะฟังเพลงได้แค่ไม่กี่วินาที)

รายละเอียดเพิ่มแติมเกี่ยวกับงานคอนเสริ์ต http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122669

ได้รับข่าวประชาสัมพันธ์จากทาง International Program ว่าขณะนี้สามารถยื่นสมัครกรีนการ์ดได้แล้วตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคมเป็นต้นไปจนกระทั่งถึงวันที่ 1 ธันวาคม ใครสนใจอ่านรายละเอียดด้านล่าง (ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครนะ)



DIVERSITY VISA LOTTERY PROGRAM 2010 – “GREEN CARD LOTTERY”
ENDS ON DECEMBER 1, 2008

Each year, the Diversity Visa Lottery Program allows people who come from countries with low rates of immigration to the U.S. to apply for a chance to obtain an immigrant visa (i.e. Permanent Residency/ Green Card). There is no fee required for entry. Applicants are selected at random and those selected as well as the applicant’s spouse and unmarried children under age 21, may obtain the ability to live and work permanently in the U.S.

In general, persons from all countries except the following are eligible to participate:
BRAZIL, CANADA, CHINA (mainland-born), COLOMBIA, DOMINICAN REPUBLIC, ECUADOR, EL SALVADOR, GUATEMALA, HAITI, INDIA, JAMAICA, MEXICO, PAKISTAN, PHILIPPINES, PERU, POLAND, SOUTH KOREA, UNITED KINGDOM (except Northern Ireland) and its dependent territories, and VIETNAM. Persons born in Hong Kong SAR, Macau SAR, and Taiwan are eligible to apply. Usually, it is the birth country that determines whether one is eligible for the program, but there are exceptions such as if the parents or spouse were born in an eligible country.

For detailed information about entry requirements, please see the instructions for the DV-2010 Diversity Visa lottery at http://travel.state.gov/visa/immigrants/types/types_1318.html.

One important note about the Diversity Visa program: the U.S. Department of State actually selects more than 100,000 applicants for the 50,000 “green cards,” assuming that many winners will not continue the application process. Those who are selected for the Diversity Visa Lottery and do intend to continue the process must act quickly and carefully to help increase their chances of obtaining the “green card.”

อ่านชื่อเรื่องอย่าคิดว่าจะเขียนเรื่องทะลึ่งตึงตังอะไรนะ เผอิญว่าได้รับ Forward เมลล์เรื่องนี้จากทอม อ่านแล้วสะเทือนใจมาก ไม่รู้ว่าคนไทยจะทะเลาะอะไรนักหนา (ซึ่งสาเหตุของเรื่องก็มาจากคนแค่คนเดียว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร)


ภาพจาก http://www.prachatai.com

เรื่องบนเตียงของพันธมิตรกับตำรวจ
เสียงไซเรน ณ โรงพยาบาลวชิระ ในคืนวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เป็นสัญญาณบอกถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองฟ้าอมร กรุงเทพมหานคร หมอและพยาบาลในชุดขาว ต่างทำหน้าที่กันอย่างหนักเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บที่ร่างกายล้วนนองเลือด โดยไม่สนใจว่าคนๆนั้นจะใส่ชุดสีกากี หรือ สีเหลือง บุรุษในเสื้อสีเหลือง ร้องโอดโอยจากการมีรอยแผลลึกที่หน้าแข้ง และ ตามตัวหลายแห่ง ขณะที่ตำรวจซึ่งใส่ชุดสีกากีนั้น หมดสติไปแล้วจากการถูกของของแข็งบางอย่างฟาดเข้าตามร่างกาย
หลังจากเข้าทำการรักษาในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน พยาบาลได้เปลี่ยนชุดทั้งคู่เป็นชุดของโรงพยาบาล และ พาเข้าพักฟื้นในห้องเดียวกัน ในห้องมีครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่ายมาเยี่ยมตามคาด แต่ต่า งไม่ได้คุยกันด้วยไม่รู้จักกันมาก่อน มีเพียงม่านบางๆกั้นระหว่างความเป็นส่วนตัวของครอบครัวทั้ง 2

“พ่อเป็นไงบ้าง เจ็บไหม?” เสียงเล็กๆที่บริสุทธิ์ดังมาจากฝั่งหนึ่งของห้อง
“เจ็บนิดหน่อยลูก” เสียงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในชุดของโรงพยาบาล พยายามพูดเพื่อปลอบใจลูกรัก
“หนูไม่อยากให้พ่อออกไปทำงานอีกแล้ว ทำไมเขาถึงต้องตีพ่อด้วย” เสียงเล็กๆยังถามต่อไปด้วยความไม่ประสีประสาเรื่องของผู้ใหญ่
“มันเป็นงานนะลูก ….พ่อเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย หัวหน้าสั่งก็ต้องทำ มันเป็นหน้าที่ มันเป็นกฎ ”

คำสนทนาเหล่านี้ดังเพียงพอที่จะทำให้เพื่อนร่วมห้องของเขาต้องเงี่ยหูฟังด้วยความสนใจ

“ถึงพ่อไม่ชอบพ่อก็ต้องทำเหรอ”
“พ่อไม่อยากจะทะเลาะกับคนไทยด้วยกันเลยลูก บ้านเราก็ไม่ได้ชอบรัฐบาลนี่ ”
“แล้วพ่อจะออกไป ให้เขาทำร้ายแบบนี้ทำไม” เสียงเล็กๆเริ่มสั่นเครือ เพราะไม่เข้าใจเหตุผลที่พ่อของเธอพยายามจะอธิบาย

บรรยากาศในห้องเริ่มผู้ป่วยเริ่ม เ งียบงัน มีเพียงเสียงโทรทัศน์ที่บรรดานักวิจารณ์ ต่างพร่ำบอกกับสังคมว่า ตำรวจรังแกประชาชน ประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิต ตรงกันข้ามกับภาพที่เด็กน้อยเห็นเบื้องหน้า เธอกับพ่อของเธอต่างหากที่ถูกทำร้าย

เสียงเล็กๆในห้อง กำลังร่ำไห้บอกกับโทรทัศน์ บอกกับคนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นว่า แล้วพ่อหนูล่ะ ….พ่อหนูอยู่ที่นี่ นอนอยู่ตรงนี้ บอกหน่อยได้มั้ยว่า แล้วพ่อหนู ไม่ใช่คนไทยหรือไง ใครทำพ่อของหนู???

ทันใดนั้นม่านบางๆซึ่งกั้นระหว่างเตียงของ บุรุษผู้รักชาติและผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ได้ถูกเปิดขึ้น

“คุณตำรวจ….ผมขอโทษ” คำพูดสั้นๆคำแรกที่บรรยายความรู้สึกนับพัน หลุดออกมาจากความรู้สึกของชายมีอายุผู้รักชาติคนนั้น

นายตำรวจในชุดผู้ป่วย แปลกใจกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งจะได้ยิน ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา กับการต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มพันธมิตรทุกวี่วัน เขาเคยชินซะแล้วกับคำพูดถากถางต่างๆ จากฝ่ายที่ได้ชื่อว่าเป็นฝ ่ ายตรงข้าม หรือ เป็นฝ่ายรักชาติอะไรก็ตามแต่

“คุณลุงเป็นใครคะ ?” เสียงใสๆถามด้วยความสงสัย

“ลุงก็อยู่กลุ่มเดียวกับคนที่ทำให้พ่อหนู เข้าโรงบาลนั่นแหละ” เสียงชายสูงอายุพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“แล้วเพื่อนคุณลุงทำร้ายพ่อหนู ทำไม?” เสียงเล็กๆเริ่มถามอย่างคาดคั้น
“บางครั้งหนูก็ไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่กับความถูกต้อง วันหน้าหนูจะได้อยู่ในสังคมที่ดีนะหนูนะ”

“แล้วลุงไม่คิดเหรอคะว่า ถ้าพ่อหนูตาย …ลุงได้สังคมทีดี แล้วหนูต้องเป็นเด็กกำพร้า…..หนูทำผิดอะไร ?” เด็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากให้น้ำตา แทนคำพูดที่เหลือทุกๆอย่าง

“บางครั้งเมื่อลุงอยู่กับเพื่อน ลุงอยู่กับคนคิดเหมือนกัน …ลุงเห็นคนข้างหน้าคือศัตรู ที่ต้องจัดการ ลุงเห็นคนใส่เสื้อไม่เหมือนลุงคิดไม่เหมือนลุง เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น…..พอวันนี้เราใส่เสื้อเหมือนกัน …..ได้ฟังหนูกับพ่อคุยกัน ลุงว่า….ลุงเหมือนพึ่งจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา ลุงต้องขอโทษหนูจริงๆ…” เสียงกับแววตาของชายสูงอายุ มีท่าทีสำนึกต่อเสียงเล็กๆนั้น

“ผมก็ต้องขอโทษด้วยเหมือนกัน ถ้าทำอะไรให้ประชาชนอย่างคุณโกรธ หรือ เข้าใจผิด…หลายวันที่ผ่านมานี้ ผมโดนเสียดสีและยั่วโมโหจากผู้คนและสังคมมากมาย เหมือนผมไม่ใช่คน เหมือนเป็นสัตว์ร้ายอะไรสักอย่าง ผมเสียใจจริงๆ ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายใคร ผมก็มีลูกเมีย ผมอยากกลับบ้าน อยากพาลูกเมียไปเที่ยว ผมก็ไม่ได้ทำ ผมต้องออกมาทำงานทุกวันในรอบ 1 เดือนมานี้ ผมคิดถึงลูกเมียผมมาก ภาวนาว่าขอให้เรื่องนี้มันจบๆเสียทีจะได้กลับไปเห็นหน้าลูกเมีย พึ่งจะเห็นหน้าลูกครั้งแรกก็ตอนที่ลูกต้องมาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล….แต่ถ้าคุณเข้าใจผม ผมคิดว่านาทีนี้ ตรงนี้มันคุ้มค่ามาก ” เสียงคุณตำรวจ พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี

วันนั้นภายในพื้นที่เล็กๆของห้องพักฟื้นสี่เหลี่ยม หัวใจของชาย 2 คนทำให้ห้องนี้ดูกว้างขวางขึ้น อย่างน้อยก็ดูกว้างกว่าที่ทำเนียบ หรือ รัฐสภา กรอบที่พันธนาการคนทั้งคู่ไว้ด้วยหัวโขนที่แต่ละคนใส่อยู่ด้วยความโกรธและเกลียด ถูกทำลายลงหลังจากที่ได้มีการพูดคุย และตระหนักต่อความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ด้วยกัน .. ใช่แล้ว!!!เรายังคุยกันด้วยภาษาไทย และมีพ่อคนเดียวกัน ทำไมเราถึงคุยกันไม่ได้ ทำไมปากของเรา ความเห็นของเราถึงถูกใช้เพื่อนำพาไปสู่ความขัดแย้ง แทนที่จะเป็นความสามัคคี น้ำตาหยดนี้จะไม่มีวันไหลเลย ถ้าเราหยุดคิดสักนิดเพื่อพูดจากัน เปิดใจรับความเห็นต่างกันบ้าง?

วันอาทิตย์นี้อยู่บ้านเบื่อๆ ยิ่งอากาศขมุกขมัวเลยไม่ค่อยอยากออกไปไหนทำอะไร นึกขึ้นได้ว่าน่าจะลองทำ Chili ดูกินเป็นซุปร้อนๆ ดีกว่า ฝีมือคงเทียบเท่ากับที่ Wendy หรือที่ Backyard Burger ที่ไปทานประจำไม่ได้ แต่ไหนอยากลองดูว่ายังพอจะมีเสน่ห์ปลายจวักอยู่บ้างหรือเปล่า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ทำออกมาเนี้ยมันเป็นสูตรแบบ Mexican หรือแบบไหนแต่หน้าตาก็เหมือนๆ กับที่ทานที่ร้านอาหาร รสชาดก็โอเคนะแต่คาดว่าต้องเคี่ยวให้นานและให้เนื้อกับถั่วเละกว่านี้อีกนึง

Chili หม้อนี้ใช้เนื้อบด ถั่ว Pinto กับ Red eye peas (บ้านเราเรียกว่าอะไรไม่รู้เหมือนกัน) หอมใหญ่ กระเทียม มะเขือเทศ พริกหยวก พริกไทย ซอสมะเขือเทศและที่ขาดไม่ได้ก็คือ Chili powder ตอนทานก็ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยชีสอีกนึงหน่อยให้เหนียวหนืดๆ อร่อย… กินไปกินมารู้สึกว่าจะไม่ได้ใส่ celery ขอไปแก้ตัวใหม่คราวหน้าละกัน

Tags:

ทำเสร็จแล้วสำหรับสบู่แบชแรก สบู่นี้ทำด้วยวิธีการที่เรียกว่า Cold Process เนื่องจากทำง่ายและเหมาะสำหรับมือใหม่ งานนี้เริ่มต้นด้วยน้ำมันแบบถูกนิดนึง โดยใช้ Canola Oil (33%) Coconut Oil (33%) และก็ Lard (33%) ทำ Superfatting 8% และใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย ใส่สีผสมอาหารสีแดงไปนิดหน่อยกะว่าให้มีสีแบบส้มอ่อนๆ ปรากฏว่าได้ตรงตามที่ต้องการพอดี ชอบมาก ใส่กลิ่น Grapefruit Mint Cutting ที่ซื้อจาก The Scent Works อึมออกมาหอมส้มๆ มาก ตอนนี้กลิ่นตลบอบอวนไปทั้งห้องเลย แหม…มีความสุขจัง

ถึงแม้สบู่ที่ทำออกมาจะไม่สวยบาดใจเหมือนกับที่วางขายในเว็บไซต์ etsy แต่ก็นับว่าสบู่ที่ทำได้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่อไป งานนี้ถ้าประสบความสำเร็จก็จะทำเป็นของขวัญให้เพื่อนๆ พี่ๆ ในวันคริสมาสต์นี้เลย

เสียดายที่ไม่มีกล้องถ่ายรูปเลยได้เพียงแค่ภาพจากโทรศัพท์มือถือแทน กลางวันก็ไม่มีแดดอีก ถ้าวันไหนว่างๆ เดี๋ยวจะถ่ายรูปมาให้ชมใหม่ละกัน

ดูภาพสบู่สวยๆ ได้จาก https://impod.wordpress.com/2008/09/05/etsy

Tags:

วันนี้ได้รับข้อมูลจากพี่คนไทยด้วยกันว่ามีบริการโทรฟรีจากอเมริกากลับประเทศไทย แต่ตามเงื่อนไขคือต้องโทรเข้าเบอร์บ้านเท่านั้น(ไม่แน่ใจว่าเบอร์มือถือฟรีหรือเปล่า..??)และต้องโทรไม่เกิน 300 นาทีต่อสัปดาห์ หากใครสนใจบริการนี้ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.voipdiscount.com

ว่าแล้วก็ลองหารายละเอียดเว็บไซต์ที่ให้บริการ Voip ที่พอจะหาได้ คาดว่าจะลองใช้บริการของเว็บไซต์ต่างๆ แล้วเปรียบเทียบว่าคุณภาพเสียงจะเป็นอย่างไร

http://www.voipdiscount.com
http://www.justvoip.com
http://www.nonoh.net
https://www.gizmocall.com
http://www.voipcheap.com
http://www.truphone.com
http://www.jajah.com
http://www.poketalk.com

ใครมีเพิ่มเติมหรือต้องการเสนอแนะอะไรเชิญได้เลยนะ


Advertisements

  • bermvipreal: สุดยอดเลยครับ จะไปลองโหลดมาใช้งานดูครับ
  • พิว: ว่าววววววววววว
  • AOFFE: ชอบบทความคับ หาได้ 6 เพราะ จะมี F อีกตัวตอนที่เขาบอกให