Life is all around.

My car was towed!!

Posted on: September 15, 2008

สืบเนื่องจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รถคันน้อยสุดที่รักของฉันได้กระตุกนิดนึงหลังจากนั้นก็ดับไปเลย หลังจากที่ขับออกจากอพาต์เม้นท์เพื่อจะไปทำงานตอนบ่าย พอรถกระตุกเบาๆ ครั้งนึงก็คิดในใจ อึม…รถฉันเกียร์กระปุกนะจะเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติได้งั้ย หลังจากนั้นไฟสัญญาเช็คเครื่องก็ดังขึ้น เอาแล้วมั้ยหล่ะ….เหรียญคันเร่งเบาๆ อ้าว…รถดับไปแล้วหนิ จากนั้นก็เลยเปิดสัญญาเลี้ยวขวาเอารถไปจอดที่ไหล่ถนนก่อนเพื่อความปลอดภัย หลังจากดับเครื่อง อึม..กลิ่นไหม้ๆ มาจากไหนนี่ ทำไงดี…ไขกระจกลงเอากลิ่นออกก่อนไม่งั้นกระอักกลิ่นตาย ดูเข็มความร้อน น้ำมัน ทุกอย่างที่มีปัญญาดู มันก็ปกตินี่หน่า จอดแป๊บนึง สต๊าสรถใหม่ แช๊ะๆๆ แต่ไม่ติด แย่แล้วทำงัยดีมีนัดกับเอ็มม่าที่ตึกซะด้วย โทร..หาใครดีหนอที่รู้ว่าต้องทำงัยบ้าง ผู้หญิงกับรถยนต์นี่เป็นเรื่องที่ไปด้วยกันไม่ได้เลยจริงๆๆๆ ว่ามั้ย

ว่าแล้วเหยื่อรายแรกคงต้องเป็นพี่อุ๋ย หนุ่มไทยคนเดียวที่มีอยู่ทั้งเมือง Oxford อึม…ทำเสียงหวานๆ พร้อมกังวลผสมเกรงใจ (เว่อร์ไปแล้ว) เพื่อขอความช่วยเหลือหน่อย ว่ารู้จักร้านอะไรที่ไหนบ้างหรือถ้าไม่ยุ่งนักรบกวนช่วยมาดูรถฉันหน่อยก็ยังดี ระหว่างที่รถช่างผู้ใจดีก็มีฝรั่งมังค่า 2-3 คนทั้งชะลอรถทั้งจอดรถเพื่อถามว่าเป็นอะไรมั้ย โอ…คนมิสสิซิปปี้มีน้ำใจดีแท้แฮ่ะ (อันนี้ยืนยันได้จากเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เคยเห็นนะ ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว) ลองเป็นอย่างนี้ในกรุงเทพฯ สิ รับประกันไม่มีใครจอดรถเพื่อถามหร้อก

อ้อ…มีหนุ่มคนนึงนะ จอดรถแล้วเดินมาถามว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรเหรอเปล่า ต้องการใช้โทรศัพท์มือถือมั้ย ก็เลยบอกว่าขอบคุณมาก ฉันเพิ่งโทรไปหาเพื่อนแล้วเดี๋ยวเพื่อนก็มา แล้วเค้ายังถามอีกนะว่าแน่ใจเหรอว่าเพื่อนจะมาจริงๆ ให้เค้ารอเป็นเพื่อนมั้ย ว้าว..อะไรน่ารักเยี่ยงนี้ ถ้าไม่มีสาวสวยนั่งมากับเค้าด้วยก็คงตอบให้รอ เหอะๆๆ ล้อเล่นจะให้เค้ารอได้งัยไม่รู้จักกันซะหน่อย แต่เค้าก็หน้าตาดีนะ ดูยังเด็กอยู่เลย (เอาอีกแล้ว จบๆๆ)

ว่าแล้วช่างอุ๋ยก็มา ตรวจเช็คทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีหนุ่มดำปริศนาอีกคนจอดรถพรึ่บ ถามว่ารถเป็นอะไรเหรอแล้วก็จัดแจงดูโน่นดูนี่ยังกะช่างซ่อมซะ ตอนแรกนึกว่าเค้าเป็นเจ้าของร้านซ่อมรถซะอีกท่าทางทะมัดทะแมงยังกะช่าง แต่ที่ไหนได้เค้ารู้เรื่องรถเพราะเค้าชอบแต่งรถ ดูจากสภาพรถเค้า โอ้ว…ยังกะรถแข่งแหน่ะ ช่างจำเป็นทั้งสองก็ตรวจเช็คกันอยู่นานสองนาน ก็ไม่สามารถบอกได้ว่ารถเป็นอะไรกันแน่ เค้าสองคนพูดอะไรกันก็ไม่รู้ เค้าคุยอะไรกันภาษาช่างเทคนิค…อีฉ้านไม่รู้เรื่องอ่า… แค่ภาษาไทยเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ยังสอบตก ภาษาอังกฤษไม่ต้องพูดถึง คุยกันเองละกัน

ว่าแล้วก็ต้องเรียกช่างมาลากรถไป แค่ค่าลากรถก็เจอไป 65 เหรียญแล้วอ่ะไม่รู้ค่าซ่อมอีกกี่ร้อยเหรียญ เซ็งๆๆ ตอนติดต่อเรื่องลากรถเค้าถามว่ารถคุณจ่ายประกันประเภทไหนมี Roadside assistance service หรือเปล่า ถ้ามีบริษัทประกันจะเป็นคนจ่ายค่าลากส่วนคุณจ่ายเฉพาะค่าซ่อมอย่างเดียว โห..มีแบบนี้ด้วยเหรอ ไม่เห็นรู้เรื่องมาก่อนเลย แล้วเค้ายังพูดให้เจ็บใจเล่นๆ ว่าจ่ายค่า Roadside assistance เพิ่มเติมจากประกันปีละ 10 กว่าเหรียญเอง… น่าเสียดายจริงๆ ถ้ารู้ก่อนหน้านี้คงจ่ายไปแล้วแหล่ะเพราะเพิ่งจ่ายค่าประกันรถเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี่เอง กลางเดือนรถมาเสียซะงั้น

null

ว้า….แล้วเมื่อไหร่จะได้รถกลับมาใช้เนี่ย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: